หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
หน้ารวม Pic Post Pic Post ของฉัน สุดยอด Pic Post สุดยอดนักโพสท์คลังรูปค้นหา Pic Post Post รูป
ดูรายการโปรด เพิ่มเป็นรายการโปรด

THAILAND 🇹🇭 | "Fon Man Mui Chiang Ta" ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา

กระดานสนทนาแบบมีรูปภาพประกอบ  โพสท์โดย อ้ายเติ่ง

"Man Mui Zienta Dance" or "Fon Man Mui Chiang Ta": The Influence of Burmese Dramatic Art in Thai Lanna performance.

‘Fon Man Mui Zienta’ is a legacy of the continuous and enduring Thai-Burmese cross-border cultural flow.
 
Its name derives from ‘Wei Zyan Ta’, a Burmese traditional song with Yodaya (literally means ‘Siamese’) accent. The song is played at the beginning of the performance, with an accent and some words close to the Burmese language. While the original ‘Wei Zyan Ta’ extols the beauty of Mandalay, the old capital of Burma, ‘Wei Zyan Ta’ in the performance is a lament for lover in a jungle in the remote area.
 
After 1914 in Chaing Mai... "Fon Man Mui Chiang Ta" is a dance process created by the idea of ​​"Royal Princess Chao Dara Rasamee" intended to be a strange dance from the available dance, therefore ordered to find a woman of Burma. Offering dance
Therefore has a Burmese male actor, and an actress from Mon ethnic name "Mei Jeng Ta" came to dance and accepted as a trainer for a while. Each broadcast, the royal princess will come to control closely.
 
Therefore modify the dance posture Together with a Burmese dance teacher Name "Salah mo yoe" or "Go mo yoe" (Chao Inthanon Chao Kaew Nawarat's son called Pu Cha Yoe) became a new dance set.


✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨✨


"ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา" หรือ "ม่านมุยแจ่งต๋า" ศิลปะการฟ้อนราชสำนักเชียงใหม่


ช่วงหลังปี พ.ศ.2457 เป็นต้นมา การฟ้อนในล้านนาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้วยเหตุที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้กราบบังคมทูลลาพระบาทสมเด็จพระมงกุลเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กลับมาประทับ ณ นครเชียงใหม่ ในการเสด็จกลับมาครั้งนี้ พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้นำแบบอย่างการฟ้อนรำในราชสำนักสยามมาเผยแพร่ในนครเชียงใหม่ พร้อมทั้งนำครูละครดนตรีจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาฝึกหัดถ่ายทอดให้กับตัวละครในวังของท่านและคุ้มเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และเป็นเหตุให้การฟ้อนในเชียงใหม่เกิดการแตกต่างขึ้นเป็น 2 แบบคือ
แบบที่ 1. เป็นแบบที่มีมาแต่เดิม เรียกว่า “แบบพื้นเมือง หรือแบบดั้งเดิม”
แบบที่ 2. เป็นแบบที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เรียกทางวิชาการว่า “แบบราชสำนัก”
ด้วยเหตุเหล่านี้ จึงทำให้ชุดฟ้อนของเดิมเกิดความแตกต่างกันมากมายและเกิดกระบวนฟ้อนใหม่ ๆ ขึ้นมามากมายพอสมควร

ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา เป็นกระบวนฟ้อนที่เกิดขึ้นจากพระดำริของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่ทรงตั้งพระทัยจะให้เป็นการฟ้อนที่แปลกไปจากการฟ้อนที่เคยมีอยู่ ดังนั้นจึงรับสั่งให้หาตัวระบำของพม่ามารำถวาย โดยทรงคิดว่า ถ้าท่ารำของพม่าสวยงามเหมาะสมก็จะดัดแปลงและนำมาผสมกับท่ารำของไทย เป็นรำพม่าแปลงสักชุดหนึ่ง จึงได้นักแสดงชายชาวพม่าและนักแสดงหญิงชาวมอญ ชื่อเม้ยเจ่งตา มารำถวายทอดพระเนตร จึงทรงรับไว้เป็นครูฝึกอยู่ระยะหนึ่ง

การถ่ายทอดแต่ละครั้งพระราชชายาเจ้าดารารัศมีจะเสด็จมาควบคุมอย่างใกล้ชิด และทรงเห็นว่าท่ารำของผู้ชายไม่ค่อยน่าดูมากนัก จึงรับสั่งให้ครูฝึกผู้หญิงแสดงท่ารำของระบำพม่าที่เคยแสดงในที่รโหฐานของกษัตริย์พม่าให้ทอดพระเนตร ซึ่งทรงพอพระทัยมากจึงทรงดัดแปลงท่าฟ้อนร่วมกับครูฟ้อนชาวพม่า ชื่อ"สล่าโมโหย่" หรือ "โกโมโหย่" (เจ้าอินทนนท์ ราชบุตรของเจ้าแก้วนวรัฐเรียก ปู่ชะโหย่) กลายเป็นฟ้อนชุดใหม่ "ฟ้อนกำเบ้อ" หรือ "ฟ้อนผีเสื้อ" ทรงให้ผู้ฟ้อนทั้งหมดแต่งกายเป็นกำเบ้อ หรือ ผีเสื้อ สวมใส่เสื้อผ้าถุง ติดปีกแบบนก ติดหนวดที่ศรีษะแบบผีเสื้อเป็นสีน้ำเงินให้เป็นการฟ้อนเลียนแบบพม่า เรียกว่า “เหว่ยเสี่ยนต่า” หรือ “เหว่ยเสี่ยนต่านานโบ่ง”

แบบของการฟ้อนนี้มาจากราชสำนักพม่า โดยใช้เพลง “เหว่ยเสี่ยนต่า” ประกอบการฟ้อน เรียกกันแต่แรกว่า “ฟ้อนกำเบ้อ” (ผีเสื้อ) แสดงครั้งแรกในงานฉลองพระตำหนักของพระองค์ ที่สร้างขึ้นใหม่บนดอยสุเทพและจะใช้วงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่บรรเลงประกอบการฟ้อน

=====================================

#เวชยันตาคือต้นเพลงม่านมุยเซียงตา #ความสัมพันธ์ดนตรีพม่าไทย
ေ၀ဇယႏၱာ ယိုးဒယား။ပတၱလာ ဆရာဦးခင္လွ၊ေတးဆို ဆရာမေဒါ္စိန္ေဌ၊၊ ရန္ကုန္ ၂၀၀၇.၇.၂၃
...
"เวชยันตา" ေဝဇယႏၲာ คือเพลงพม่าสำเนียงโยดยา(อยุธยา)ที่มีชื่อเดิมเป็นภาษาไทยเรียกว่า "มโหรี" မဟိုသီ(มโฮตี)
...
ต่อมาทำนองเพลงมโหรีนี้ได้ถูกนำไปบรรจุเนื้อร้องเพื่อสรรเสริญความงามของเมืองมัณฑเลย์ในสมัยรัชกาลพระเจ้ามิงดง โดยเจ้าชายปยิงซีญ์(ျပင္စည္မင္းသား) ช่วง พ.ศ. ๒๔๐๐ ว่าเวียงและวังงามดั่งเวชยันตาราชรถทรงของพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
...
มีบทขึ้นต้นว่า "เหว่ซะยานด่า-นานโบ่ง" ေဝဇယႏၲာ-နန္းဘံု ซึ่งแปลว่า "เวชยันตาภูมิวัง" ดังนั้นทำนองเพลงมโหรี สำเนียงโยดะยาเดิมจึงถูกเรียกด้วยชื่อใหม่ตามบทร้องว่า "เวชยันตา (โยดะยา)"ตั้งแต่นั้นมา
...
ต่อมาราว ๗๐ ปีทำนองเพลงนี้ได้ถูกนำเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ (ประมาณสมัยรัชกาลที่ ๗) โดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เพื่อปรับปรุงและนำมาใช้ประกอบการฟ้อนแบบม่าน(พม่า)ที่พระองค์ทรงดำริขึ้น แล้วทรงเรียกการแสดงชุดนี้ว่าฟ้อน "ม่านมุยเซียงตา" [วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่เรียก "มุยเซียงตา"ตามการออกเสียงมาแต่เดิม] ซึ่งออกเสียงเพี้ยนมาจากสำเนียงพม่าว่า"มเว-เซียนด่า" ေဝဇယႏၲာ ต่อมาวิทยาลัยนาฏศิลปกรุงเทพได้รับสืบทอดการแสดงลงไปแล้วออกเสียงว่า "ม่านมุ้ยเชียงตา"จนเรียกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
...
(สรุปจากงานวิจัยเรื่อง "อิทธิพลวัฒนธรรมพม่าที่ปรากฏในบทขับร้องและทำนองเพลงที่ใช้ในการแสดงชุดฟ้อนม่านมุยเซียงตา:ศึกษาและวิเคราะห์เฉพาะกรณีประวัติ ความหมาย และโครงสรางของบทเพลง)
...
คนระนาด: อาจารย์อูขิ่นหละ
นักร้อง: ดอว์สิ่นเฐ่
บันทึกเมื่อวันที่ ๒๓ ก.ค.๕๐ โดย สิทธิพร เนตรนิยม

Credit: https://www.facebook.com/octsachk/media_set?set=a.1135393323274031&type=1
แชร์บน Facebook แชร์
Tags ที่เกี่ยวข้อง : ฟ้อน, ล้านนา, เจ้าดารารัศมี, ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา, history, performance, dance, dresses, costume, traditional, antique, weaving, clothes, Lanna, Burmese, Thailand
มีผู้เข้าชมแล้ว 847 ครั้ง
โพสท์โดย: อ้ายเติ่ง , 6M
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
THAILAND 🇹🇭 | "Fon Man Mui Chiang Ta" ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา
 
หากคุณเป็นเจ้าของนิตยสาร/โมเดลลิ่ง เอเจนซี่ ต้องการโปรโมท สามารถส่ง e-mail แจ้งทีมงานให้ตั้งค่า username ของคุณเป็น Official User ได้ที่ info@postjung.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
Comment ด้วย facebook

Pic Post อื่นๆ ของ อ้ายเติ่ง

Thailand 🇹🇭 | Thai costume of Ayutthaya kingdom SONGKRAN LADY "รากษสเทวี, Rak Sod Devi" | THAILAND 🇹🇭 THAI APSARA: นางอัปสร | Thailand 🇹🇭 Bokator = copy martial art.ดู Pic Post ทั้งหมดของ อ้ายเติ่ง