วังสวนกุหลาบ
โพสท์โดยวังสวนกุหลาบ
วังสวนกุหลาบเป็นหนึ่งในที่ประทับของเจ้านาย ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตพระราชวังดุสิต เช่นเดียวกับพระตำหนักอื่น ๆ ที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างและพระราชทานแก่สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
เดิมที พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริจะพระราชทานวังบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางใต้ปากคลองตลาดให้เป็นที่ประทับ แต่ภายหลังเมื่อเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงประสงค์ให้พระราชโอรสประทับใกล้ชิดเพื่อศึกษาราชการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักชั่วคราวในสวนดุสิต บริเวณถนนอู่ทองใน และพระราชทานนามว่า “สวนกุหลาบ”
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีการขยายพื้นที่วังสวนกุหลาบให้กว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างพระตำหนักและท้องพระโรงเป็นอาคารถาวร เพื่อพระราชทานแก่เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ซึ่งทรงใช้เป็นที่ประทับจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. ๒๔๖๗
ภายหลังในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ หม่อมแผ้วได้ลาออกจากตำแหน่งหม่อมห้าม ในช่วงรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมนอก กระทรวงวัง เข้าดูแลวังสวนกุหลาบ และต่อมาได้มีการย้ายงานด้านสวนเพาะปลูกจากสวนจิตรลดามาไว้ที่นี่
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ วังสวนกุหลาบได้ตกอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล เช่นเดียวกับวังปารุสกวัน และถูกใช้ประโยชน์ในราชการด้านทหารในเวลาต่อมา
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ กองบัญชาการทหารแห่งประเทศไทยได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่วังสวนกุหลาบแทนพระที่นั่งวิมานเมฆ โดยสำนักพระราชวังได้ส่งมอบอาคารและทรัพย์สินให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง และภายหลังอยู่ในความดูแลของกองทัพบกในด้านสวัสดิการและการบริหาร
วังสวนกุหลาบยังเคยใช้เป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระเจ้านโรดม สีหนุ ในการเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗
กระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้มีการส่งมอบพื้นที่วังสวนกุหลาบคืนแก่สำนักพระราชวัง เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เนื่องในวโรกาสครองราชย์ยาวนาน โดยมีการดำเนินการส่งมอบอย่างเป็นทางการในสมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในวังสวนกุหลาบ
-
ตำหนักที่ประทับ
เป็นอาคารก่ออิฐฉาบปูนสูง ๒ ชั้น โดดเด่นด้วยหอคอยยอดแหลม และมีระเบียงล้อมรอบ -
ท้องพระโรง
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตำหนัก เชื่อมต่อด้วยถนนโค้งรูปวงกลม ตัวอาคารเป็นศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๖ ภายในเป็นโถงจตุรมุข มีการตกแต่งด้วยสีสันงดงาม -
อาคารหลุมหลบภัย
ตั้งอยู่ด้านหลังตำหนักทางทิศใต้ มีจำนวน ๒ แห่ง สันนิษฐานว่าใช้ในช่วงสงคราม





















Cambodia national costume. Khmer dress.
Thailand 🇹🇭:Songkran Festival in Chiang Mai,old photos.Songkran history.
Cambodian National Clothing 🇰🇭ชุดประจําชาติ กัมพูชา:Cambodia wedding dress: ASEAN national costume
🇹🇭Moo Kratha, Moo Kratha, Thai BBQ, THAILAND food