หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
หน้ารวม Pic Post Pic Post ของฉัน สุดยอด Pic Post สุดยอดนักโพสท์คลังรูปค้นหา Pic PostPost รูป
ดูรายการโปรด เพิ่มเป็นรายการโปรด

THAILAND 🇹🇭 | Thai Royal Outfit during the reign of Rattanakosin period

โพสท์โดย อ้ายเติ่ง

ชุดไทยสมัยรัตนโกสินทร์  📸Credit: ภูษาผ้าลายอย่าง

✦Thai Traditional Costumes of Rattanakosin period from the Reigns of King Rama I to IX 🇹🇭

 

ประวัติชุดไทยชุดไทยรัชกาลที่ 1-9

 

รัชกาลที่1และ2 สืบทอดการแต่งกายจากสมัยอยุธยา

 

        หลังจากสร้างกรุงใหม่บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ขนบธรรมเนียมต่างๆสมัยกรุงเก่ามีการรื้อฟื้นขึ้นรวมถึงการแต่งกายด้วย สตรีในราชสำนักนุ่งจีบไว้ชายพกมีชายสะบัดสามเหลี่ยม ห่มสไบ มีสะพักทับทำจากผ้าตาดทองปักปีกแมลงทับหรือผ้าปักไหม ไว้ผมสองชั้นชั้นล่างยาวประบ่าผมด้านบนตัดสั้นใส่น้ำมันหวีเสยหรือหวีแสกกลาง รูปแบบการแต่งกายนี้สืบต่อไปถึงช่วงกลางรัชกาลที่3อนึ่ง การไว้ผมยาวของสมัยต้นกรุงนั้นจะสั้นกว่าสมัยกรุงเก่าเล็กน้อย และจะสั้นขึ้นอีกในสมัยร.2 และจะสั้นแบบผมผู้ชายในสมัยร. 3จิตรกรรมร่วมสมัย

 

รัชกาลที่3 ผมสั้นนุ่งจีบห่มสไบ

           

                สมัยรัชกาลที่3มีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายไปจากเดิมคือมีความเรียบง่ายขึ้น สไบที่ห่มมีการจับจีบ ผ้านุ่งนั้นพับเอาชายสะบัดไปไว้ในผ้านุ่ง ผมนั้นนิยมตัดสั้นคล้ายผมผู้ชาย ในภาพนุ่งผ้าพิมพ์ลายอย่างจีบหน้านาง ไว้ชายพก ห่มสไบอัดกลีบ สะพักด้วยผ้ากรองทองการแต่งกายสมัยรัชกาลที่3นี้ผมตีความจากภาพจิตรกรรมร่วมสมัย รวมถึงการวิเคราะห์ตามเอกสารโบราณร่วมสมัยครับ รวมถึงสีสันของชุดสื่อถึงเครื่องถ้วยกระเบื้องเคลือบจีนอันมีสีโทนสดใส

รัชกาลที่4 นุ่งจีบห่มสไบตัวเปล่า


              สมัยรัชกาลที่4เริ่มมีการรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้บ้างเช่นเครื่องแต่งการบุรุษ ส่วนเครื่องแต่งกายสตรีนั้นยังคงรูปแบบเดิมอยู่คือการนุ่งจีบห่มสไบ ช่วงปลายรัชกาลเริ่มมีการสวมเสื้อห่มสไบและนุ่งโจงสำหรับสตรีที่ติดตามการแปรพระราชฐานในภาพแต่งกายตามแบบโบราณคือนุ่งจีบ ห่มสไบอัดกลีบ ห่มสะพักแถบแคบ ไว้ผมสั้น มีผมทัดอยู่บริเวณหู นุ่งห่มสีตัดกันตามคู่สี ในภาพนุ่งม่วงห่มโศกอันเป็นสีจองวันอังคารกับวันเสาร์

 

รัชกาลที่5 สวมเสื้อ ห่มสายสะพาย นุ่งโจง

               ช่วงต้นรัชกาลมีพระราชประสงค์ให้ฝ่ายในสวมเสื้อแทนการห่มสไบตัวเปล่า ต่อมาแบบเสื้อมีการพัฒนาขึ้นจาก
เสื้อแบบเรียบๆเริ่มมีการแต่งลูกไม้ แขนพองเป็นขาหมูแฮม และพัฒนาไปเป็นเสื้อคอตั้ง เสื้อคอเว้า อันเป็นผลมาจากการ
แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับชาติตะวันตก เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมีอารยะของชาติเพื่อให้รอดพ้นจากลัทธิล่าอาณานิคม
ในสมัยนั้นในภาพสวมเสื้อแขนพองขาหมูแฮม สะพายสายสะพาย นุ่งโจง สีของสายสะพายกับสีของโจงจะเป็นคู่สีตัดกัน
ตามความนิยมของสตรีในวัง ในภาพนุ่งสีลิ้นจี่ห่มสีโศกอันเป็นสีของวันอาทิตย์ ไว้ผมสั้นทรงดอกกระทุ่ม สวมถุงน่อง 
สวมรองเท้าแบบตะวันตก

 


รัชกาลที่6 แบบพระราชนิยม


               ช่วงต้นรัชกาลยังคงแต่งกายตามแบบสมัย ร.5 ล่วงเข้าช่วงกลางของรัชกาลมีแนวคิดแต่งกายตามแบบพระราชนิยมคือไว้ผมยาว ไว้ฟันขาว ไว้ผมยาวในที่นี้คือไว้ให้ยาวกว่าทรงดอกกระทุ่ม และท้ายสุดคือการนุ่งซิ่นแทนการนุ่งโจงในภาพแต่งกายตามแบบพระราชนิยมคือไว้ผมยาวดัดลอน มีสายคาดศีรษะ สวมเสื้อคลุมตะโพก นุ่งซิ่น สังเกตว่าเสื้อกับผ้านุ่งจะเป็นสีเดียวกันซึ่งเป็นความนิยมที่เอาแบบมาจากตะวันตก

 

รัชกาลที่7 เสื้อทรงถังเหล้ากับผ้าถุงแบบสั้น


              สมัยรัชกาลที่7กินเวลาตั้งแต่กลางยุค1920ซึ่งทางฝั่งตะวันตกนิยมชุดที่สั้นเห็นเรียวขาโดยชายเสื้อนั้นอยู่ราวสะโพก ไม่มีการเข้ารูป แขนกุด ซึ่งชุดแบบนี้เรียกกันว่า เสื้อทรงถังเหล้า ซึ่งแฟชั่นในยุคนี้ได้ลดทอนการประดับประดาให้ดูเรียบง่ายขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามโลกครั้งที่1ในภาพเป็นแบบชุดที่ใส่กัน เสื้อทรงถังเหล้าขอบเสื้อตกที่ราวสะโพก นุ่งผ้าถุงสั้นระดับต่ำกว่าครึ่งแข้ง สวมเครื่องประดับพอควร เสื้อนั้นมีการประดับในรูปแบบของศิลปะแนวart deco

 

รัชกาลที่8 แบบรัฐนิยม


                 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกฯได้ออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องรัฐนิยมหลายอย่างเช่นการยกเลิกการกินหมาก ยกเลิกการนุ่งโจง ยกเลิกการตัดผมสั้น สวมหมวก สวมเสื้ิอ นุ่งกางเกงของชาย และการนุ่งกระโปรงหรือผ้าถุงของสตรี เพื่อเป็นการสร้างชาติให้มีอารยะขึ้นในภาพเป็นชุดที่แต่งในงานกลางคืนไม่สวมหมวก ไว้ผมดัดลอนตามสมัยนิยม สวมเสื้อแบบสมัยนิยม นุ่งผ้าถุง

 

รัชกาลที่9 ชุดไทยพระราชนิยม


          ชุดไทยแบบดั้งเดิมนั้นแทบจะสูญหายไป ชุดไทยพระราชนิยมเกิดจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเพื่อหาแบบชุดไทยที่ร่วมสมัยเพื่อทรงในระหว่างเสด็จประพาสยุโรป โดยศึกษาค้นคว้าจากภาพถ่ายเก่าและออกแบบปรับปรุงให้เข้ากับสมัยนิยมมีทั้งสิ้น8แบบในภาพเป็นชุดไทยจักรี เป็นชุดไทยห่มสไบบ่าเดียวโดยไม่สวมเสื้อ ผมวาดโดยให้ออกมาในสไตล์ยุคปี2517 สังเกตว่าชุดจะเข้ารูปแนบเนื้อแบบปัจจุบันและชายผ้านุ่งจะยาวประมาณตาตุ่ม

Credit: https://www.facebook.com/phusaphalaiyang/posts/pfbid02bCfXYTBoAkWNhmfLpEGbkzdZFa42x98M1QSyPKBfF3wFtHMBe6z7eASY22MqBf8Wl?locale=th_TH
แชร์บน Facebook แชร์
Tags ที่เกี่ยวข้อง : ชุดไทย, ประวัติศาสตร์, สไบ, วัฒนธรรมไทย, history, Thai Costume, Thai Dress, Sbai, Sabai, Thai Culture, Thai Culture To The World
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
โพสท์โดย: อ้ายเติ่ง , 13h
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
THAILAND 🇹🇭 | Thai Royal Outfit during the reign of Rattanakosin period
 
หากคุณเป็นเจ้าของนิตยสาร/โมเดลลิ่ง เอเจนซี่ ต้องการโปรโมท สามารถส่ง e-mail แจ้งทีมงานให้ตั้งค่า username ของคุณเป็น Official User ได้ที่ info@postjung.com โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

Pic Post อื่นๆ ของ อ้ายเติ่ง

THAILAND 🇹🇭 | Thai handicraft from Thin bamboo strips Lai Thai (ลายไทย): Thai Line Arts | THAILAND 🇹🇭 PHIN PIA (พิณเปี๊ยะ) Thai Lanna Musical Instrument | THAILAND 🇹🇭 THAILAND 🇹🇭 | History of Thai clothingดู Pic Post ทั้งหมดของ อ้ายเติ่ง